เกร็ดความรู้ทั่วไป

การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับบ้าน

ถ้าจะให้แบ่งประเภทผ้าม่านตามการใช้งานนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ นั้นคือ

1. ผ้าม่านกรองแสง: จะมีลักษณะเป็นผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบาเพื่อให้แสงผ่านตามลายผ้า เมื่อเห็นแล้วจึงทำให้รู้สึกสบายตา
• ข้อเสีย - ผ้าที่สามารถให้แสงผ่านได้อาจเป็นที่เก็บฝุ่นละอองชั้นดีเลยทีเดียว

2. ผ้าม่านกันแสง: จะ มีความทึบแสง นั่นหมายถึงแสงสามารถผ่านได้น้อยมาก อาจเป็นเพราะเนื้อผ้าหรือมีผ้าหลายชั้นก็ได้เช่นกันคะ มีน้ำหนักมากจึงทำให้ต้องมีรางม่านหรืออุปกรณ์ประกอบ หากใช้คู่กับผ้าม่านกรองแสงควรเป็นสีในโทนเดียวกันแต่เลือกให้มีสีที่เข้ม กว่า
• ข้อเสีย - ไม่สามารถทำความสะอาดได้บ่อยนักค่ะ

แบบผ้าม่านในห้องต่างๆ:

1. ห้องนอน

เน้น: ช่วยในการบังแดด เก็ยเสียงและสร้างความรู้สึกส่วนตัวให้แก่เจ้าของห้อง
แนะนำ: สามารถใช้แบบใดก็ได้ค่ะ หรือเป็นแบบผ้านม่านยิ่งดี แต่ขอเสนอว่าต้องเป็นผ้าที่หนา พอที่จะบังแดดที่ส่องมาตอนเช้าได้
สี: สมควรเป็นสีโทนเย็นและสว่างเพื่อให้รู้สึกสบายตา และที่สำคัญสามารถทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้นได้อีกด้วย

2. ห้องทำงาน

เน้น: วัตถุประสงค์ของการเลือกผ้าม่านในห้องทำงานคือการควบคุมแสงจากภายนอกเข้ามาในห้องในระดับที่พอดี
แนะนำ: ควรเป็นลักษณะของม่านปรับแสงหรือมู่ลี่ เพราะสามารถปรับระดับการลอดของแสงได้ตามความต้องการค่ะ
สี: เน้นที่ต้องมีความกลมกลืนกับสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะสีสว่างๆ หรือสีอ่อน และเพื่อให้รู้สึกสบายๆ ไม่อึดอัดในเวลาทำงาน คุณสามารเลือกสีที่ชอบได้เช่นกันค่ะ แต่แนะนำให้ลดระดับความเข้มลงมา เช่น หากชอบสีน้ำเงินก็ให้ใช้สีฟ้า หรือถ้าชอบสีน้ำตาล ก็ให้เลือกใช้สีครีมแทน

3. ห้องรับแขก

เน้น: การตกแต่งห้องเพื่อให้ดูสวยงามมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยกันแสงและกรองแสงได้ระดับนึงเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัว ให้แก่เจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือนได้ค่ะ
แนะนำ: สำหรับในห้องนี้คุณสามารถเลือกแบบได้ตามใจชอบเลย ค่ะ ขอให้มีความสวยงามเป็นพอ อาจจะเป็นผ้าม่านหลุยส์ ผ้าม่าน 2 ชั้น หรือมู่ลี่ไม้ก็สวยไปอีกแบบ เรียกได้ว่าสามารถตกแต่งได้ตามความชอบใจกันเลยทีเดียว
สี: เรื่องของสีที่จะเลือกใช้ในห้องนี้ ขอแค่ให้ดูความลงตัวของโทนสีในห้องเป็นหลักแค่นั้นก็โอเคแล้วค่ะ

4. ห้องครัว

เน้น: ประโยชน์ใช้สอยในเรื่องของการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วน สามารถควบคุมแสง กันฝุ่นเวลาทำกับข้าวได้อย่างพอเหมาะ
แนะนำ: แนะนำให้ใช้แบบมู่ลี่ค่ะ เพราะเราสามารถปรับระดับแสงในระดับที่ต้องการและสามารถบังสายตาจากแดดจ้าๆ ได้ ที่สำคัญต้องทำความสะอาดได้ง่าย
สี: ควรเน้นกลางๆ ในโทนร้อนค่ะ ไม่สดหรือไม่เข้มจนเกินไปเพื่อให้แม่ครัวรู้สึกสบายตาเวลาทำอาหารแต่สามารถ กระตุ้นความอยากอาหารได้เช่นกัน เช่น สีครีม สีส้มอ่อน

5. ห้องน้ำ

เน้น: สร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งาน รวมไปถึงสร้างความสวยงามและสบายตาได้
แนะนำ: แบบผ้าม่านที่เหมาะสมคือมู่ลี่ค่ะ เพราะง่ายต้องการเช็ดและทำความสะอาด รวมไปถึงหากโดนละอองน้ำหรือเปียกก็สามารถดูแลง่าย ไม่ดูดน้ำ และไม่สร้างกลิ่นอับอีกด้วย
สี: ควรเป็นสีที่โทนเย็นเพื่อสร้างความสบายตาเพื่อเข้าห้อง ทำให้เกิดความรู้สึกสะอาดค่ะ

6. ห้องทานอาหาร

เน้น: การสร้างบรรยากาศและความสวยหรูให้แต่มื้ออาหาร ให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น สามารถควบคุมแสงที่ผ่านเข้ามาได้ตามความต้องการค่ะ หากวันใดเกิดอยากจุดเทียนดินเนอร์ขึ้นมาก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหา
แนะนำ: ในห้องนี้เราคุณสามรถใช้ได้ทั้งมู่ลี่และผ้าม่าน ค่ะ แต่ถ้าเป็นผ้าขอเป็นแบบกรองแสง อย่าทึบจนเกินไป เพราะหากเป็นผ้าแบบหนา กลิ่นอาหารสามารถติดได้ง่าย จึงไม่ควรใช้ผ้าที่มีน้ำหนักหรือหนามากในห้องนี้
สี: ควรเน้นสีสดๆ เป็นหลักค่ะ เช่น เขียว แดง เหลือง ส้ม เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมดูความเหมาะสมและโทนสีของห้องด้วยนะคะ